ทักษะที่บริษัทต้องการจากคนทำงานสายความยั่งยืน (ESG)
อัปเดตสิงหาคม 2569 · อ่านประมาณ 7 นาที
ทักษะหลักที่เห็นจากประกาศงานจริงในไทย
เรานำข้อกำหนดจากประกาศงาน ESG ที่ผ่านมาในไทย (บริษัทจดทะเบียน ที่ปรึกษา และองค์กรระหว่างประเทศ) มาไล่ดูแล้ว ทักษะที่ถูกถามซ้ำมากที่สุดมี 6 กลุ่ม:
- การคำนวณคาร์บอนและข้อมูลสิ่งแวดล้อม: GHG Protocol (Scope 1, 2, 3), การจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร/ผลิตภัณฑ์ (CFO/CFP ตามหลักเกณฑ์ อบก.), ISO 14064 — งานประกาศของ ZF Automotive (Global Head of Sustainability) และที่ปรึกษาด้าน Net Zero ระบุชัดเจนว่าต้องรู้ CSRD/ESRS, IFRS S1/S2 และ GHG Protocol
- มาตรฐานการรายงานความยั่งยืน: GRI Standards (พื้นฐานที่ใช้กันเกือบทุกบริษัทไทย), IFRS S1/S2 (มาตรฐานใหม่ที่ ก.ล.ต. เตรียมบังคับใช้กับบริษัทจดทะเบียน), TCFD, SASB, CDP, DJSI/FTSE Russell ESG Scores
- การวิเคราะห์ข้อมูล: Excel/Google Sheets ระดับสูง, การจัดการข้อมูล ESG, ความรู้สถิติเบื้องต้น หรือ SQL/Python ยิ่งได้เปรียบ — เพราะงานสายนี้คือ "เอาข้อมูลมาทำเป็นรายงานและการตัดสินใจ"
- ทักษะภาษา: ภาษาอังกฤษจำเป็นมาก (มาตรฐาน รายงาน และลูกค้าต่างชาติเป็นภาษาอังกฤษ) งานหลายตำแหน่งต้องเขียนรายงานความยั่งยืนทั้งไทยและอังกฤษ — เช่นประกาศของ ERM ระบุ "writing, editing and proofreading content in both Thai and English"
- การสื่อสารและ stakeholder engagement: ต้องประสานงานกับหลายฝ่าย ทั้งผู้บริหาร แผนกจัดซื้อ โรงงาน NGOs และชุมชน — งาน Makro (CP Axtra) ระบุ "Engage and train internal and external stakeholders to promote sustainability"
- ความรู้ธุรกิจและกฎระเบียบ: เข้าใจการเงินเบื้องต้น, กฎหมายสิ่งแวดล้อมไทย, ข้อกำหนดลูกค้า เช่น EU Deforestation Regulation, CSRD — ข้อนี้สำคัญมากสำหรับงานซัพพลายเชนของไทยที่ส่งออกไปยุโรป
ใบรับรองที่ตลาดยอมรับ
GRI Certified Sustainability Professional — ใบรับรองมาตรฐานรายงาน GRI ซึ่งเป็นพื้นฐานที่บริษัทไทยใช้กันแพร่หลายที่สุด เหมาะกับคนเริ่มต้นสายรายงานความยั่งยืน
CFA ESG Investing Certificate — ของ CFA Institute เน้นการลงทุนอย่างยั่งยืน เหมาะกับสายการเงิน/ธนาคาร/กองทุน
CESGA (Certified ESG Analyst) — ของ EFFAS มาตรฐานยุโรป เน้นการวิเคราะห์ ESG เชิงลึก เหมาะกับสายที่ปรึกษาและนักวิเคราะห์
GARP Sustainability & Climate Risk (SCR) — เน้นความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ เหมาะกับสาย Risk และการเงิน
IFRS FSA Credential (SASB) — ของ IFRS Foundation สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านการเปิดเผยข้อมูลการเงินที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน กำลังได้รับความนิยมตามการบังคับใช้ IFRS S1/S2
การรับรองด้านคาร์บอนของไทย (อบก./TGO) — คอร์สผู้ตรวจประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (CFP), ISO 14064 Lead Auditor — เหมาะกับงานวัดและรับรองคาร์บอนในไทย
ไม่จำเป็นต้องมีทุกใบ — เริ่มจาก 1-2 ใบที่ตรงกับสายที่อยากทำ (เช่น GRI สำหรับสายรายงาน, CFA ESG/CESGA สำหรับสายการเงิน) แล้วต่อยอดตามประสบการณ์
วิธีสร้างประสบการณ์โดยไม่ต้องมีวุฒิตรงสาย
- อาสาทำงานด้านนี้ในองค์กรปัจจุบัน: เสนอช่วยทีม CSR/ความยั่งยืนเก็บข้อมูล หรือจัดทำรายงาน — ประสบการณ์จริงจากในองค์กรมีค่ามากกว่าคอร์สเรียน
- ทำโปรเจกต์ส่วนตัว: เช่น คำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของครอบครัว/ร้านกาแฟใกล้บ้าน หรือวิเคราะห์รายงานความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียน แล้วเขียนสรุปใส่พอร์ต/LinkedIn
- เรียนฟรีจากแหล่งมาตรฐาน: GRI Standards, IFRS S1/S2 และ GHG Protocol อ่านฟรีจากเว็บผู้กำหนดมาตรฐาน มีบทเรียนออนไลน์ฟรีของ UNDP และ UN CC:Learn ด้วย
- สมัครงานระดับ Officer/Coordinator ก่อน: หลายบริษัทรับสายอื่น ๆ (วิศวะ บัญชี นิเทศฯ ฯลฯ) แล้วสอนงาน ESG กันเอง — ประตูทางเข้าที่ดีกว่าการรอตำแหน่ง Manager
สิ่งที่ HR และผู้จัดการสายนี้มองหา
จากประกาศงานที่เราเก็บในไทย ข้อกำหนดที่พบบ่อยที่สุดคือ "ประสบการณ์ตรงด้าน sustainability/ESG 3-5 ปีสำหรับระดับ Senior" และ "รู้จัก GRI, DJSI, CDP, SDGs" สำหรับระดับ Officer หลายตำแหน่งไม่บังคับวุฒิสิ่งแวดล้อม — แต่บังคับภาษาอังกฤษและการวิเคราะห์ข้อมูล ความสามารถพิเศษที่ทำให้โดดเด่นคือประสบการณ์ตรวจประเมินซัพพลายเออร์ (supplier ESG assessment) และความรู้เรื่องกฎระเบียบสหภาพยุโรปซึ่งบริษัทส่งออกไทยกำลังขาดแคลน
English summary: Analyzing real Thai job posts (ZF, ERM, Makro/CP Axtra, SCG) shows the most-demanded ESG skills: carbon accounting (GHG Protocol Scope 1-3, TGO CFP), sustainability reporting standards (GRI, IFRS S1/S2, TCFD, CDP, DJSI/FTSE Russell), data analysis, Thai-English bilingual writing, stakeholder engagement, and knowledge of EU regulations (CSRD, EUDR). Valuable credentials: GRI Certified Sustainability Professional, CFA ESG, CESGA, GARP SCR, IFRS FSA (SASB), and TGO/ISO 14064 carbon-related certifications. Entry-level ESG Officer roles in Thailand usually require English + data skills rather than an environmental degree; internal transfers, volunteer reporting projects, and free standards reading are practical ways to build experience.
ทักษะด้านข้อมูลที่ใช้จริงในงาน ESG
ถ้าถามผู้จัดการทีมความยั่งยืนว่าอยากได้คนแบบไหน คำตอบที่ได้ยินบ่อยที่สุดไม่ใช่ "จบสิ่งแวดล้อม" แต่เป็น "จัดการข้อมูลเป็น" เพราะงาน ESG เกือบทั้งหมดเริ่มจากข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ตามแผนก แล้วต้องรวบรวมให้เป็นชุดเดียวที่ตรวจสอบได้
เครื่องมือที่ใช้จริงไม่ได้ล้ำสมัยอย่างที่หลายคนคิด ตารางคำนวณยังเป็นเครื่องมือหลักของงานสายนี้ ตามด้วยเครื่องมือทำแดชบอร์ดและเครื่องมือจัดการฐานข้อมูล สิ่งที่ต่างกันคือความลึกของการใช้งาน ไม่ใช่จำนวนโปรแกรมที่รู้
- ตารางคำนวณ (Excel / Google Sheets): ต้องใช้ pivot table, การเชื่อมข้อมูลข้ามชีต, สูตร lookup, การจัดรูปแบบตามเงื่อนไข และการทำแผ่นสรุปที่ผู้อื่นตรวจตามได้ ในงานจริงจะต้องสร้างไฟล์ที่คนอื่นเปิดมาแล้วเข้าใจว่าตัวเลขมาจากไหน ไม่ใช่ไฟล์ที่เรารู้คนเดียว
- การจัดการข้อมูล: ตรวจค่าผิดปกติ เติมค่าที่ขาด เทียบหน่วยวัด (ลิตรกับลูกบาศก์เมตร กิโลวัตต์ชั่วโมงกับเมกะจูล) และเก็บที่มาของตัวเลข (data source) ทุกครั้ง เพราะเมื่อผู้ตรวจสอบถาม จะต้องชี้กลับได้ทันที
- เครื่องมือทำแดชบอร์ด (Power BI / Tableau / Looker Studio): ใช้ทำรายงานความคืบหน้าให้ผู้บริหารดูทุกไตรมาส ช่วยลดเวลาตอบคำถามซ้ำ ๆ ว่าแผนกไหนใช้พลังงานเพิ่มขึ้น
- SQL และ Python: ไม่จำเป็นในตำแหน่งเริ่มต้น แต่ถ้าองค์กรมีข้อมูลจำนวนมากหรือต้องดึงข้อมูลจากระบบ ERP เอง ทักษะนี้จะทำให้เราไม่ต้องรอฝ่ายไอทีทุกครั้ง
- การอ่านมาตรฐานและการจดบันทึก: แปลข้อกำหนดในมาตรฐานให้เป็นรายการข้อมูลที่ต้องเก็บจริง เป็นทักษะที่มองไม่เห็นแต่กำหนดความเร็วของทั้งโครงการ
งานข้อมูลหนึ่งเดือนในทีมความยั่งยืนเป็นอย่างไร
เดือนหนึ่งของคนทำงานสายนี้อาจประกอบด้วยการตามเก็บใบแจ้งหนี้ค่าไฟของโรงงานย้อนหลังสามเดือน การเทียบตัวเลขน้ำมันดีเซลที่ฝ่ายขนส่งส่งมากับที่ฝ่ายบัญชีบันทึก การทำตารางคำนวณคาร์บอนของเดือนนั้น การตรวจว่าตัวเลขที่ผิดปกติเกิดจากมิเตอร์เสียหรือจากข้อมูลกรอกผิด และการทำสไลด์สองหน้าสรุปให้หัวหน้าทีม งานเหล่านี้ดูไม่หวือหวา แต่เป็นงานที่ทำให้รายงานทั้งปีเชื่อถือได้
ทักษะคำนวณคาร์บอน: GHG Protocol และ ISO 14064
งานคำนวณคาร์บอนเป็นทักษะที่ถูกระบุในประกาศงานมากที่สุดในไทย เพราะเป็นพื้นฐานของทั้งการรายงาน การขอสินเชื่อ และการตอบลูกค้าต่างประเทศ ผู้จ้างงานมักถามตรง ๆ ว่าผู้สมัครเคยจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกขององค์กรหรือไม่ และแยกขอบเขตได้หรือไม่
การแยก Scope 1 / Scope 2 / Scope 3
Scope 1 คือการปล่อยโดยตรงจากกิจกรรมขององค์กร เช่น การเผาไหม้ในโรงงานและรถของบริษัท Scope 2 คือการปล่อยทางอ้อมจากการใช้ไฟฟ้าและความร้อนที่ซื้อมา ส่วน Scope 3 คือการปล่อยในห่วงโซ่คุณค่า ทั้งจากซัพพลายเออร์ การเดินทางของพนักงาน การขนส่งสินค้า และการใช้สินค้าของลูกค้า
สองขอบเขตแรกคำนวณได้จากข้อมูลที่มีในองค์กร แต่ Scope 3 ต้องอาศัยการขอข้อมูลจากภายนอก จึงเป็นจุดที่ต้องใช้ทั้งทักษะเจรจาและการประมาณอย่างระวัง แนวปฏิบัติคือเริ่มจากหมวดที่มีข้อมูลมากที่สุดและมีผลต่อธุรกิจมากที่สุดก่อน แล้วระบุให้ชัดว่าหมวดใดยังใช้ข้อมูลประมาณ
ISO 14064 ต่างจาก ISO 14067 และเกณฑ์ของ อบก. ตรงไหน
- ISO 14064-1: หลักเกณฑ์การจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกขององค์กร และการรายงานผล เทียบได้กับแนวทาง GHG Protocol ในระดับองค์กร
- ISO 14064-2: ใช้กับโครงการลดการปล่อย เช่น โครงการพลังงานหมุนเวียนหรือโครงการป่าไม้
- ISO 14064-3: หลักเกณฑ์การทวนสอบ (verification) ซึ่งเป็นงานของหน่วยทวนสอบและผู้ทวนสอบส่วนบุคคล
- ISO 14067: คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ ซึ่งใช้เมื่อลูกค้าถามถึงสินค้าเป็นชิ้น ไม่ใช่ภาพรวมขององค์กร
- เกณฑ์ของ อบก. (คาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรและผลิตภัณฑ์): เป็นเกณฑ์ที่ใช้กันแพร่หลายในไทยและสอดคล้องกับแนวทางสากล เอกสารและแบบฟอร์มเป็นภาษาไทย จึงเหมาะกับการเริ่มต้นของผู้ที่ยังไม่คุ้นกับมาตรฐานต่างประเทศ
สิ่งที่ต้องรู้เพิ่มเติมคือค่าการปล่อย (emission factor) ที่ใช้ต้องมาจากแหล่งที่อ้างอิงได้และตรงกับพื้นที่ ขอบเขตที่ประกาศไว้ต้องคงเดิมทุกปี และต้องมีปีฐาน (base year) ที่เทียบผลได้ ถ้าปีใดเปลี่ยนวิธีคำนวณ ต้องอธิบายเหตุผลและผลกระทบให้ผู้อ่านเข้าใจ
ทักษะด้านรายงาน: GRI, TCFD, IFRS S1-S2 และ SET ESG Ratings
อีกครึ่งหนึ่งของงาน ESG คือการเขียนให้คนอื่นเข้าใจ มาตรฐานที่ใช้แบ่งเป็นสองตระกูลใหญ่ ตระกูลแรกเน้นผลกระทบขององค์กรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตระกูลที่สองเน้นผลกระทบของประเด็นความยั่งยืนต่อสถานะทางการเงินขององค์กร ผู้ทำงานต้องรู้ว่าลูกค้าหรือหน่วยงานกำกับต้องการแบบไหน
- GRI Standards: ใช้กับรายงานความยั่งยืนที่เล่าเรื่องผลกระทบ เริ่มจากการประเมินประเด็นสำคัญ (material topics) แล้วเลือกตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง
- TCFD: กรอบการเปิดเผยความเสี่ยงและโอกาสด้านสภาพภูมิอากาศ สี่เสาหลักคือ ธรรมาภิบาล กลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และตัวชี้วัดกับเป้าหมาย
- IFRS S1 / S2: มาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนที่มุ่งตอบโจทย์นักลงทุน โดย S1 ว่าด้วยข้อกำหนดทั่วไป และ S2 ว่าด้วยประเด็นสภาพภูมิอากาศ ต่อยอดจากแนวทาง TCFD
- SET ESG Ratings: การประเมินของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจากแบบประเมินความยั่งยืน บริษัทที่ตอบจะได้ระดับตั้งแต่กลุ่ม BB ขึ้นไปจนถึง AAA การรักษาระดับไว้ต้องส่งข้อมูลทุกปี จึงเป็นงานประจำของทีม
- CDP, DJSI, FTSE Russell: แบบประเมินจากภายนอกที่นักลงทุนใช้ คำถามแต่ละชุดต่างกัน จึงต้องมีคนแปลงข้อมูลชุดเดียวกันให้ตอบได้หลายแบบ
ทักษะซัพพลายเชนและกฎระเบียบของสหภาพยุโรป
สำหรับบริษัทไทยที่ส่งออก การขอข้อมูลจากซัพพลายเออร์กลายเป็นงานหลัก เพราะลูกค้าในยุโรปต้องส่งต่อข้อมูลขึ้นไปอีกทอดหนึ่ง ทักษะที่ตลาดต้องการจึงเป็นทักษะประสานงานปนกับความรู้กฎหมาย
- การประเมินซัพพลายเออร์: ออกแบบแบบสอบถาม จัดลำดับความเสี่ยงของผู้ขาย และติดตามเอกสารที่ค้างโดยไม่ทำลายความสัมพันธ์ทางธุรกิจ
- การตรวจสอบย้อนกลับ (traceability): เข้าใจว่าสินค้าล็อตหนึ่งมาจากแหล่งใด และเก็บหลักฐานให้เชื่อมโยงกันได้ตลอดห่วงโซ่
- EUDR และ CBAM: ต้องรู้ว่าสินค้าของบริษัทอยู่ในขอบเขตหรือไม่ ต้องใช้ข้อมูลอะไร และกำหนดเวลาที่เกี่ยวข้อง เพื่อบอกฝ่ายขายได้ว่าส่งออกได้ตามปกติหรือต้องเตรียมเอกสารเพิ่ม
- การจัดซื้อที่ยั่งยืน: เขียนเงื่อนไขด้าน ESG ลงในสัญญาหรือเกณฑ์คัดเลือกผู้ขาย เป็นวิธีที่ทำให้ข้อมูลไหลเข้ามาเองโดยไม่ต้องตามทุกครั้ง
- การสื่อสารสองภาษา: ต้องเขียนอีเมลและเอกสารที่ชัดเจนทั้งไทยและอังกฤษ เพราะบางครั้งเราต้องอธิบายให้เกษตรกรหรือโรงงานรายเล็กเข้าใจในขณะเดียวกันกับที่ต้องตอบลูกค้าในยุโรป
แผนพัฒนาทักษะ 90 วันสำหรับคนที่ยังไม่มีประสบการณ์
คนที่อยากย้ายเข้าสายนี้มักติดที่ "ไม่มีประสบการณ์" วิธีที่ได้ผลคือสร้างหลักฐานจากงานที่ทำอยู่ ไม่ใช่รอเรียนคอร์สให้จบก่อน
- สัปดาห์ที่ 1-2: อ่านประกาศงาน 20-30 ตำแหน่ง แล้วจดคำที่ถูกขอซ้ำ เมื่อเห็นคำเดิมหลายครั้ง จะรู้ทันทีว่าควรเริ่มจากทักษะใด
- สัปดาห์ที่ 3-4: หยิบงานในหน้าที่เดิมหนึ่งอย่างที่เกี่ยวกับข้อมูล แล้วปรับวิธีทำให้ตรวจสอบได้ดีขึ้น เช่น ทำตารางสรุปการใช้พลังงานของหน่วยงานตนเอง
- สัปดาห์ที่ 5-6: ฝึกคำนวณคาร์บอนจากข้อมูลที่หาง่าย เช่น ค่าไฟและน้ำมันของสำนักงานหรือบ้าน แล้วเขียนบันทึกว่าค่าที่ใช้มาจากไหน
- สัปดาห์ที่ 7-8: อ่านรายงานความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนหนึ่งราย แล้วจดว่าข้อมูลส่วนใดตรวจสอบได้ง่ายและส่วนใดอธิบายไม่ชัด
- สัปดาห์ที่ 9-10: เสนอช่วยงานด้านความยั่งยืนในองค์กรเดิมหนึ่งเรื่อง แม้เป็นงานเล็ก เช่น รวบรวมข้อมูลเพื่อตอบแบบประเมินของลูกค้า
- สัปดาห์ที่ 11-12: นำสิ่งที่ทำทั้งหมดมาเขียนเป็นเรซูเม่และเรื่องเล่าสองนาที แล้วเริ่มสมัครตำแหน่งระดับ Officer หรือ Analyst
คำถามที่พบบ่อยเรื่องทักษะและใบรับรอง
ต้องเขียนโปรแกรมได้ไหม
ไม่จำเป็นในตำแหน่งเริ่มต้น แต่การใช้ตารางคำนวณต้องคล่อง ถ้าอยากเพิ่มความได้เปรียบ ให้เริ่มจาก SQL เบื้องต้นหรือการทำแดชบอร์ด เพราะใช้เวลาน้อยกว่าและเห็นผลในงานจริงเร็วกว่าการเรียนภาษาโปรแกรมเต็มรูปแบบ
ใบรับรองจากต่างประเทศจำเป็นแค่ไหน
ขึ้นกับสายงาน ตำแหน่งสายรายงานและสายการเงินให้ความสำคัญกับใบรับรองที่ตรงสาย เช่น ใบรับรองด้านการรายงานความยั่งยืนหรือด้านการลงทุนอย่างยั่งยืน ส่วนตำแหน่งในโรงงานหรือสายปฏิบัติการมักให้ความสำคัญกับประสบการณ์ตรวจประเมินและการใช้เกณฑ์ของ อบก. มากกว่า
ภาษาอังกฤษต้องถึงระดับไหน
ระดับที่อ่านมาตรฐานและเขียนอธิบายได้ด้วยตนเอง ไม่จำเป็นต้องสำเนียงดี แต่ต้องไม่ต้องรอให้คนอื่นแปล หากยังไม่มั่นใจ ให้เริ่มฝึกจากรายงานความยั่งยืนภาษาอังกฤษของบริษัทไทยที่คุ้นชื่อ แล้วลองสรุปสั้น ๆ เป็นภาษาไทย
ทักษะไหนที่บริษัทถามถึงแล้วตอบไม่ได้จะเสียเปรียบมากที่สุด
การแยกขอบเขตการปล่อยคาร์บอนกับที่มาของค่าที่ใช้คำนวณ และการอธิบายขั้นตอนเก็บข้อมูลของตนเอง สองเรื่องนี้ตอบได้ชัดเจนจะสร้างความเชื่อมั่นได้มากกว่าการท่องชื่อมาตรฐาน
มุมมองข้างหน้า: ทักษะที่จะถูกถามมากขึ้น
เมื่อการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนถูกยกระดับให้ใกล้เคียงข้อมูลทางการเงิน สิ่งที่ตลาดจะต้องการเพิ่มคือคนที่เข้าใจทั้งการควบคุมข้อมูลภายในและมาตรฐานการรายงาน งานที่มีแนวโน้มขยายตัวคือการเตรียมข้อมูลสำหรับการทวนสอบโดยบุคคลภายนอก การจัดการข้อมูล Scope 3 และการเชื่อมข้อมูล ESG เข้ากับระบบวางแผนทรัพยากรขององค์กร
อีกด้านหนึ่ง ทักษะเฉพาะทางอย่างการอ่านภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อตรวจการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่า และการจัดทำพิกัดแปลงสำหรับสินค้าเกษตร สั่งออก กำลังเป็นที่ต้องการในกลุ่มธุรกิจอาหารและยางพารา จึงเป็นช่องทางที่คนรุ่นใหม่สามารถสร้างความแตกต่างได้เร็ว
ดูตัวอย่างงานที่ต้องใช้ทักษะเหล่านี้ได้ที่ thaiesgjob.com และอ่านบทความที่เกี่ยวข้องอย่าง ESG Reporting ในไทย และ เส้นทางอาชีพ ESG