← กลับหน้าแรก · บทความทั้งหมด

ESG Reporting ในไทย: กฎระเบียบ มาตรฐาน และโอกาสงาน

อัปเดตสิงหาคม 2569 · อ่านประมาณ 7 นาที

ในบทความนี้

ทำไมบริษัทไทยต้องรายงาน ESG

การรายงานความยั่งยืน (Sustainability / ESG Reporting) กลายเป็นภารกิจประจำของบริษัทจดทะเบียนไทยไปแล้ว เพราะข้อมูล ESG ถูกใช้เป็นเกณฑ์ประเมินบริษัทโดยนักลงทุน สถาบันจัดอันดับ และคู่ค้าต่างชาติ ไม่ใช่แค่ "ภาพลักษณ์" อีกต่อไป — รายงานที่ดีแปลว่าเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น และบริษัทที่ไม่รายงานข้อมูลคาร์บอนจะเริ่มถูกตัดออกจากห่วงโซ่อุปทานระดับโลก

กฎระเบียบไทยที่ควรรู้

56-1 One Report: ตั้งแต่ปี 2564 บริษัทจดทะเบียนในไทยทุกรายต้องยื่นแบบรายงาน 56-1 One Report (รวมรายงานประจำปีกับข้อมูลความยั่งยืนไว้ในเอกสารเดียว) ต่อ ก.ล.ต. — นี่คือ "เอกสารบังคับ" ที่ทำให้ทุกบริษัทต้องมีทีมหรือคนรับผิดชอบข้อมูล ESG
ก.ล.ต. เตรียมบังคับใช้ IFRS S1/S2: ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็น (public consultation) ร่างหลักเกณฑ์ให้บริษัทจดทะเบียนเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนตามมาตรฐานสากล IFRS S1 (การเปิดเผยทั่วไป) และ IFRS S2 (สภาพภูมิอากาศ) ซึ่งเป็นมาตรฐานของ ISSB ภายใต้ IFRS Foundation โดยจะทยอยบังคับใช้เป็นระยะ (phase-in) — ทิศทางเดียวกับสิงคโปร์ที่บังคับบริษัทจดทะเบียนรายงานตาม ISSB ตั้งแต่ปีงบการเงิน 2568
SET ESG Ratings → FTSE Russell ESG Scores: ตลาดหลักทรัพย์ฯ ใช้ SET ESG Ratings เป็นเกณฑ์ประเมินความยั่งยืนมาราวหนึ่งทศวรรษ และประกาศความร่วมมือกับ FTSE Russell ตั้งแต่ปี 2567 เพื่อเปลี่ยนไปใช้กรอบ FTSE Russell ESG Data Model ตั้งแต่ปี 2569 โดยมีบริษัทที่ได้ SET ESG Ratings จำนวน 265 แห่งในการประกาศครั้งสุดท้าย (ธ.ค. 2568) — ระบบใหม่นี้ใช้ข้อมูลเปิดเผยจากรายงานโดยตรง จึงยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้รายงานมีคุณภาพ
แนวทางด้านคาร์บอนของ อบก. (TGO): องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกออกแนวทางปฏิบัติการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Scope 3 Guidance 2026) เพื่อรองรับการรายงานคาร์บอนที่เข้มข้นขึ้น แม้ยังไม่บังคับ แต่เป็นสัญญาณว่ารายงานคาร์บอนจะกลายเป็นมาตรฐานการแข่งขัน

มาตรฐานหลักที่ใช้รายงาน

งานที่เกี่ยวข้องกับสายนี้

ดูตำแหน่งงานสายนี้ที่เปิดรับอยู่ตอนนี้ได้ที่ thaiesgjob.com — เช่นงานที่ปรึกษา Climate Change & Sustainability ของ ERM และ EY หรือตำแหน่ง ESG ในองค์กรชั้นนำ

แนวโน้มข้างหน้า

ทิศทางชัดเจน: ข้อมูลความยั่งยืนกำลังกลายเป็น "ข้อมูลการเงิน" ประเภทหนึ่งที่ต้องตรวจสอบได้ — เมื่อ ก.ล.ต. บังคับใช้ IFRS S1/S2 และตลาดหลักทรัพย์ฯ ใช้ FTSE Russell ESG Scores บริษัทจดทะเบียนกว่า 800 แห่งจะต้องการคนที่ทั้งเขียนรายงาน นับคาร์บอน และเข้าใจมาตรฐานสากล ความต้องการบุคลากรสาย ESG reporting ในไทยจึงคาดว่าจะโตต่อเนื่องอีกหลายปี โดยเฉพาะคนที่ต่อยอดจากสายบัญชี/การเงิน/วิศวกรสิ่งแวดล้อม มาสู่สายนี้จะได้เปรียบมาก

English summary: ESG reporting is now mandatory in practice for Thai listed companies: all must file the 56-1 One Report (including sustainability information) with the Thai SEC, which has launched a public consultation to phase in IFRS S1/S2 (ISSB) disclosure — mirroring Singapore's ISSB-aligned rules from FY2025. The Stock Exchange of Thailand is also replacing its SET ESG Ratings with the FTSE Russell ESG Data Model from 2026 (265 firms earned SET ESG Ratings in the final Dec 2025 announcement), and TGO published a Scope 3 guidance in 2026. This drives demand for sustainability reporting managers, ESG data analysts, carbon/net-zero consultants, and ESG assurance roles (Big 4), especially for professionals who combine finance/accounting or environmental engineering skills with GRI, IFRS S1/S2, and GHG Protocol knowledge.

โครงสร้างรายงาน 56-1 One Report กับส่วนความยั่งยืน

บริษัทจดทะเบียนไทยยื่นรายงานประจำปีในรูปแบบที่รวมข้อมูลการเปิดเผยมุ่งองค์กรและรายงานประจำปีไว้ในเล่มเดียว เรียกว่า 56-1 One Report ดังนั้นงานด้านความยั่งยืนจึงไม่ใช่เอกสารแยกอีกต่อไป แต่ถูกนำไปไว้ในรายงานฉบับเดียวกับข้อมูลทางการเงิน บริษัทเทียบผลกับคู่แข่งและผู้ลงทุนอ่านในคราวเดียวกัน

โครงสร้างของรายงานแบ่งเป็นส่วนข้อมูลทั่วไปของบริษัท ภาพรวมธุรกิจ โครงสร้างการถือหุ้น โครงสร้างการจัดการ การกำกับดูแลกิจการ ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และข้อมูลทางการเงิน ปลายเล่มจะเป็นส่วนที่ว่าด้วยความยั่งยืนซึ่งเชื่อมโยงกับเป้าหมายระยะยาว การบริหารความเสี่ยง และผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ผู้ที่จัดทำรายงานจึงต้องทำงานร่วมกับฝ่ายบัญชี ฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายลงทุนสัมพันธ์ และแผนกปฏิบัติการพร้อมกัน

ส่วนที่ทีม ESG ต้องดูแลมากที่สุด

ช่วงเวลาที่งานหนักที่สุดคือชวงปิดรอบบัญชี เพราะต้องสรุปตัวเลขทั้งปีให้เสร็จพร้อมกับงานตรวจสอบบัญชี จึงควรวางแผนเก็บข้อมูลรายเดือนหรือรายไตรมาสไว้ก่อน ไม่ใช่เริ่มเก็บตอนปลายปี

TCFD สี่เสาหลักที่ต้องตอบให้ครบ

กรอบ TCFD เป็นแนวทางที่องค์กรใช้เล่าความเสี่ยงและโอกาสจากสภาพภูมิอากาศให้ผู้ลงทุนและธนาคารเข้าใจ เมื่อองค์กรตอบได้ครบทั้งสี่เสาหลัก การนำไปต่อยอดเป็นรายงานตามมาตรฐานใหม่จะง่ายขึ้นมาก

1. ธรรมาภิบาล (Governance)

อธิบายว่าคณะกรรมการและผู้บริหารดูแลประเด็นภูมิอากาศอย่างไร ใครเป็นผู้รับผิดชอบ เรื่องนี้ถูกบรรจุในวาระประชุมคณะกรรมการหรือไม่ และมีการอบรมให้ความรู้อย่างไร ผู้ตรวจสอบมักมองหาว่ามีคนรับผิดชอบไม่เป็นชื่อจริงหรือเป็นแค่หน่วยงาน

2. กลยุทธ์ (Strategy)

อธิบายความเสี่ยงและโอกาสที่สำคัญต่อธุรกิจในระยะสั้น กลาง และยาว รวมถึงผลต่อแผนลงทุนและโมเดลธุรกิจ สิ่งที่ผู้ลงทุนอยากเห็นคือกรณีที่องค์กรลองตั้งสมมติฐานว่าธุรกิจจะได้รับผลกระทบอย่างไรภายใต้สถานการณ์ที่ต่างกัน

3. การบริหารความเสี่ยง (Risk Management)

อธิบายว่ากระบวนการคัดเลือก ตรวจสอบ และจัดการความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ ถูกฝังอยู่ในระบบบริหารความเสี่ยงขององค์กรเหมือนความเสี่ยงด้านอื่นอย่างไร ซึ่งเป็นจุดที่องค์กรไทยหลายแห่งยังห่างจากมาตรฐานอยู่

4. ตัวชี้วัดและเป้าหมาย (Metrics & Targets)

ระบุข้อมูลที่ใช้ในอดีตและปัจจุบัน ทั้งปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่แบ่งตามขอบเขต และเป้าหมายในอนาคตพร้อมปีฐานที่อ้างอิง ตัวเลขทั้งสี่เสาต้องสอดคล้องกันเสมอ การตั้งเป้าโดยไม่มีข้อมูลปีฐานอธิบายได้จะถูกตั้งคำถามทันที

IFRS S1 / S2 ต่างจาก GRI อย่างไร และทำไมต้องรู้ทั้งคู่

คำถามที่พบบ่อยในทีมรายงานคือต้องใช้มาตรฐานใด คำตอบคือใช้คนละจุดประสงค์ และในทางปฏิบัติองค์กรมักใช้ทั้งสองแบบ โดยเริ่มจากข้อมูลชุดเดียวกัน

Thailand Taxonomy และ SET ESG Ratings

สองเครื่องมือที่ทำให้งานรายงานของไทยเริ่มผูกกับผลทางการเงินมากขึ้น คือระบบจัดหมวดกิจกรรมเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของไทย และการประเมินความยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์

กระบวนการจัดทำรายงานในหนึ่งรอบปี

  1. วางแผนและทบทวนประเด็นสำคัญ: ตรวจว่าปีนี้มีประเด็นใหม่ใดที่ต้องเพิ่ม เช่น กฎระเบียบด้านภูมิอากาศใหม่ หรือข้อกังวลจากลูกค้าแล้ว
  2. ตกลงขอบเขตข้อมูล: กำหนดว่าจะรวมหน่วยงานใด และจะใช้ปีฐานใด เพื่อให้ตัวเลขเทียบกับปีก่อนได้
  3. ออกหนังสือขอข้อมูล: ระบุเจ้าภาพของแต่ละตัวชี้วัด กรอบเวลา และวิธีส่งข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่การขอในแชทกลุ่ม
  4. รวบรวมและตรวจความถูกต้อง: เทียบข้อมูลกับหลักฐานต้นทางและระบบบัญชี เจาะจงกับตัวเลขที่เปลี่ยนมากผิดปกติ
  5. ทวนสอบภายใน: ให้หน่วยตรวจสอบภายในหรือผู้มีส่วนได้เสียอื่นทบทวนก่อนส่งให้ผู้บริหาร เพื่อลดข้อท้วงหลังจากภายนอก
  6. เขียนเนื้อหา: แปลงตัวเลขและนโยบายเป็นเรื่องที่อ่านรู้เรื่อง โดยเฉพาะคำอธิบายเมื่อผลไม่เป็นไปตามเป้า
  7. ขออนุมัติและเผยแพร่: นำเสนอต่อที่ประชุมผู้บริหารและคณะกรรมการ ถ้าจ้างผู้ทวนสอบภายนอกต้องกันเวลาไว้ล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งเดือนก่อนกำหนดเผยแพร่

ตำแหน่งงานสายรายงานและช่วงค่าตอบแทน

งานสายรายงานเป็นประตูทางเข้าที่คนจากสายอื่นเข้ามาได้ง่าย เพราะต้องทำงานข้ามแผนกและใช้ทักษะเขียนเป็นหลัก ช่วงค่าตอบแทนอ้างอิงจากประกาศงานในตลาดไทยดังนี้

ตัวเลขจริงขึ้นอยู่กับขนาดบริษัท จำนวนหน่วยงานที่ต้องดูแล และว่าต้องใช้ภาษาอังกฤษระดับใดในแต่ละวัน

คำถามที่พบบ่อย

ต้องตรวจสอบความน่าเชื่อถือของรายงานหรือไม่

มาตรฐานสากลและตลาดทุนให้ความสำคัญกับการทวนสอบโดยบุคคลภายนอกมากขึ้นเรื่อย ๆ องค์กรที่ต้องใช้ข้อมูลจริงต้องจัดเตรียมหลักฐานให้พร้อมเสมอ เพราะต่อให้ยังไม่บังคับ การมีระบบหลักฐานที่ตรวจได้จะลดความเสี่ยงด้านชื่อเสียงได้ทันที

ต้องทำรายงานให้ทบทวนภายนอกบ่อยเท่าไร

ตัวกรอบเวลาในหนึ่งปีคือหนึ่งรอบรายงาน ผู้ที่เพิ่งเริ่มงานควรถามตั้งแต่วันแรกว่าใครเป็นเจ้าของแต่ละตัวชี้วัด และข้อมูลเคยถูกตรวจสอบโดยหน่วยงานใดมาก่อน

ถ้าตัวเลขปีนี้แย่กว่าปีที่แล้ว ควรเขียนอย่างไร

เขียนตรงไปตรงมาพร้อมอธิบายสาเหตุและแนวทางแก้ไข ผู้อ่านรายงานจะโทษข้อมูลที่แย่ แต่จะโทษการปกปิดข้อมูลที่แย่กว่ามาก

บริษัทที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียนต้องทำรายงานหรือไม่

ไม่บังคับเหมือนบริษัทจดทะเบียน แต่หลายแห่งทำเพราะลูกค้าต่างประเทศหรือผู้ซื้อรายใหญ่ขอข้อมูลด้านความยั่งยืน จึงมีงานที่ต้องใช้ทักษะเดียวกันกับทีมของบริษัทจดทะเบียน

มุมมองข้างหน้า

แนวโน้มชัดเจนคือข้อมูลความยั่งยืนย้ายจากสไลด์การตลาดเข้าสู่เอกสารที่ต้องตรวจสอบได้เหมือนข้อมูลทางการเงิน และใช้เพื่อการตัดสินใจลงทุน ซึ่งหมายความว่าทีมที่ทำรายงานจะต้องเข้าใจระบบควบคุมภายในและระบบบัญชีมากขึ้นกว่าเดิม

สำหรับผู้ที่กำลังมองงาน ประเทศนี้ต้องการคนที่ทำได้ทั้งอ่านมาตรฐานและทำงานข้ามแผนกพร้อมกัน ซึ่งเป็นทักษะที่หายากกว่าการรู้ชื่อมาตรฐาน การทะสั่งงานหนึ่งฉบับอยู่คนเดียวจึงไม่ใช่เรื่องเกินจริง หากพื้นฐานทั้งสองด้านเพียงพอ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ งาน ESG ในประเทศไทย และ งานสาย ESG ในธนาคารไทย หรือดูตำแหน่งงานที่เปิดรับใหม่ได้ที่ หน้าแรกของเว็บไซต์