อัปเดตสิงหาคม 2569 · อ่านประมาณ 6 นาที
ธนาคารพาณิชย์เป็น "เกตเวย์" ของเงินทุนในระบบเศรษฐกิจไทย — ถ้าธนาคารไม่ปล่อยกู้หรือไม่ลงทุนในธุรกิจสีเขียว เป้าหมาย Net Zero ของประเทศก็เดินไม่ถึง จึงไม่แปลกที่ธนาคารรายใหญ่ทุกแห่งจะมีทีมความยั่งยืนเป็นของตัวเอง ปัจจุบันแรงกดดันที่ทำให้ธนาคารต้องจริงจังกับ ESG มี 3 ทางหลัก: (1) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดนโยบายให้สถาบันการเงินดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงมิติสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ (2) ภาคการเงินทั่วโลกเคลื่อนไปสู่การเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศตามมาตรฐาน ISSB/IFRS S2 และ (3) ลูกค้าและนักลงทุนเองก็เริ่มประเมินธนาคารจาก ESG Score
เครื่องมือที่ไทยใช้จัดหมวดหมู่คือ Thailand Taxonomy — ระบบจัดกลุ่มกิจกรรมเศรษฐกิจที่ "เขียว" ได้จริง ใช้เป็นภาษากลางระหว่าง ธปท. สถาบันการเงิน และภาคธุรกิจ เพื่อตัดสินว่าสินเชื่อหรือการลงทุนรายใดเข้าข่าย sustainable finance ได้ ธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อสีเขียวต้องมีคนที่อ่าน Taxonomy เป็น และต้องมีระบบรายงานที่พิสูจน์ได้ว่าเงินไปใช้กับกิจกรรมที่เขียวจริง — นี่คือที่มาของงานใหม่ ๆ ในแบงก์ไทย
ช่วงเงินเดือนอ้างอิงใกล้เคียงกับสาย ESG ทั่วไป: ระดับ Officer/Analyst 25,000–60,000 บาท/เดือน, ระดับ Specialist/Senior 50,000–90,000 บาท/เดือน, ระดับ Manager 80,000–130,000 บาท/เดือน โดยงานที่ต้องใช้ความรู้ทั้งการเงินและ ESG (เช่น Climate Risk, Sustainable Finance) มักได้ค่าตอบแทนสูงกว่าตำแหน่ง ESG ทั่วไป และแบงก์ต่างชาติ/สถาบันการเงินเฉพาะกิจมักให้แพ็กเกจดีกว่าตลาด
คนที่เพิ่งเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องมีวุฒิ ESG ตรงสาย — เส้นทางจริงส่วนใหญ่เริ่มจากตำแหน่ง credit analyst, relationship manager หรือ data analyst ในแบงก์ แล้วขยับเข้าทีม sustainability เมื่อมีโอกาส อีกช่องทางคือสมัครงาน ESG ของแบงก์โดยตรง ซึ่งเปิดรับทั้งสายนโยบาย (policy) สายวิเคราะห์ (analytics) และสายธุรกิจ (business/sales) โดยเฉพาะแบงก์ที่ตั้งเป้าหมาย sustainable finance เป็นตัวเลขใหญ่ ๆ ยิ่งเปิดรับคนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ติดตามตำแหน่งงานสาย ESG และ sustainable finance ที่เปิดรับอยู่ได้ที่ thaiesgjob.com — เราเพิ่มงานใหม่ทุกสัปดาห์
English summary: Thai banks are building serious ESG teams because the Bank of Thailand (ธปท.) requires financial institutions to account for environmental and climate factors, global standards (ISSB/IFRS S2, TCFD) push for climate-risk disclosure, and Thailand Taxonomy now provides a common green-classification language. The numbers prove momentum: KBank targets net zero in its own operations (Scope 1&2) by 2030 and has committed at least THB 100-200 billion to sustainable financing by 2030; ttb's green-blue loans have exceeded THB 100 billion (Aug 2026); and the BOT is preparing to let financial institutions run carbon-credit businesses. In-demand roles include sustainability managers, ESG credit/investment analysts, climate risk managers, sustainable finance officers, ESG data & reporting specialists, and carbon/climate specialists — salaries follow general ESG ranges (analyst 25-60k, specialist 50-90k, manager 80-130k THB/month), with climate-risk and sustainable-finance roles paying a premium. Key credentials: GARP SCR, CFA ESG Investing, GRI certification, plus fluency in ISSB/IFRS S2, TCFD, GRI and Thailand Taxonomy. Most people enter via credit, relationship or data roles, then move into sustainability teams.
เมื่อคนส่วนใหญ่พูดถึงงาน ESG ในธนาคาร มักนึกถึงคนที่ดูแลกิจกรรมเพื่อสังคมเพียงอย่างเดียว แต่ในทางปฏิบัติ งานด้านนี้กระจายอยู่หลายหน่วยงาน และแต่ละแห่งวัดผลต่างกัน คนที่เข้าใจแผนที่จะเลือกสมัครได้ตรงกับความถนัดของตนเองมากกว่า
หัวใจของงานการเงินอย่างยั่งยืนคือการตัดสินว่าโครงการหนึ่งจัดอยู่ในกิจกรรมที่สนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ระบบจัดหมวดกิจกรรมเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของไทยจึงกลายเป็นเครื่องมือที่ทีมสินเชื่อหยิบมาใช้บ่อยมาก บ้างครั้งลูกค้าโครงการพลังงานสะอาดก็เตรียมข้อมูลไม่ตรงกับเกณฑ์ที่ใช้จริง
งานของคนในทีมคืออ่านรายละเอียดของโครงการ ตรวจว่าอยู่ในหมวดใด มีข้อมูลใดพิสูจน์ได้ และบันทึกเหตุผลของการจัดหมวดไว้เพื่อการตรวจสอบภายหลัง ขั้นตอนนี้ไม่ใช่การตัดสินใจแทนฝ่ายสินเชื่อ แต่เป็นการให้ความเห็นด้านเทคนิคที่ต้องอธิบายได้เสมอ
อีกด้านหนึ่งคือการมองความเสี่ยง เช่น ลูกค้าในธุรกิจที่ต้องพึ่งปัจจัยทางธรรมชาติ ต้องติดตามความเสี่ยงด้านภูมิอากาศในระยะยาว การมองแบบนี้ทำให้งาน ESG ในธนาคารถูกผูกกับตัวเลขทางการเงินชัดเจนกว่าสายอื่น
สถาบันการเงินขนาดใหญ่และบริษัทหลักทรัพย์มักให้ค่าตอบแทนสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด แต่ก็มีโครงสร้างการวัดผลที่ชัดเจนกว่า การเติบโตในสายนี้ขึ้นอยู่กับการทำงานร่วมกับฝ่ายธุรกิจมากกว่าการทำรายงานอย่างเดียว
การสัมภาษณ์ในสถาบันการเงินมักมีทั้งผู้สัมภาษณ์จากฝ่ายทรัพยากรบุคคล ฝ่ายธุรกิจ และฝ่ายความเสี่ยง คำถามจะไล่จากความเข้าใจภาพรวมไปจนถึงกรณีตัวอย่างที่ต้องตัดสินใจ การเตรียมตัวที่ได้ผลคือการฝึกอธิบายเรื่องเทคนิคให้คนที่ไม่ได้จบสายสิ่งแวดล้อมเข้าใจได้
ตำแหน่งที่ติดกับงานสินเชื่อและความเสี่ยงต้องการพื้นฐานด้านการเงินหรือการวิเคราะห์เครดิตอยู่แล้ว ส่วนตำแหน่งที่เน้นการรวบรวมข้อมูลและการเปิดเผยข้อมูลรับคนจากสายอื่นได้ แต่ยังต้องเรียนรู้ภาษาของฝ่ายธุรกิจให้เข้าใจ
นิยมวัดด้วยมูลค่าสินเชื่อหรือพอร์ตที่เข้าเกณฑ์กิจกรรมสีเขียว และการเปิดเผยข้อมูลเชิงปริมาณจะชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ตามความคาดหวังของนักลงทุนและหน่วยงานกำกับ ผู้สมัครไม่จำเป็นต้องจำตัวเลข แต่ควรอธิบายวิธีคิดและที่มาของข้อมูลได้
ได้ เป็นระยะสองสามปีที่ผ่านมามีตำแหน่งระดับเริ่มต้นเปิดรับมากขึ้น โดยเฉพาะในฝ่ายที่ต้องใช้ทักษะข้อมูลและการประสานงาน ผู้ที่เคยฝึกงานในธนาคารหรือมีประสบการณ์วิเคราะห์ข้อมูลมีโอกาสสูงกว่าผู้สมัครที่รู้เพียงความหมายของ ESG
ความต้องการคนด้านการเงินอย่างยั่งยืนในไทยจะขึ้นอยู่กับสองเรื่อง หนึ่งคือความชัดเจนของนิยามกิจกรรมสีเขียวที่ธนาคารใช้ร่วมกันทั้งระบบ สองคือความต้องการของลูกค้าสถาบันและผู้ลงทุนที่อยากเห็นข้อมูลเทียบกันได้ เมื่อความต้องการทั้งสองด้านชัดขึ้น งานด้านนี้จะเติบโตทั้งในฝ่ายธุรกิจและฝ่ายบริหารความเสี่ยง
สิ่งที่ทำให้คนสายนี้แตกต่างจากคนทำงาน ESG ทั่วไปคือการมองทุกเรื่องผ่านตัวเลขและความเสี่ยง จึงควรฝึกอ่านงบการเงินและอัตราส่วนทางการเงินตั้งแต่วันนี้ แม้จะทำงานสายเทคนิคมาก่อน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ESG Reporting ในไทย และ งาน ESG ในประเทศไทย หรือดูตำแหน่งงานในภาคการเงินที่เปิดรับได้ที่ หน้าแรกของเว็บไซต์